Recap Agentic Workflow Workshop
ตอนนี้เรามาถึงยุค Agentic AI แบบเต็มๆ แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ AI หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” นั้นก็มีมานานนมหลายยุตหลายสมัยแล้ว แต่ตอนนี้มันมาถึงผู้ใช้ทั่วไปแล้ว เราสามารถหยิบมันมาช่วยงานต่างๆ ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเขียน Code อีกต่อไป
มันวางแผน ลงมือทำ และตรวจงานตัวเองได้ บทความนี้ recap มาจาก Agentic Workflow Workshop ที่จัดไป สำหรับใครที่อยากเข้าใจว่า Agentic AI คืออะไร ทำงานยังไง และจะออกแบบ Workflow ให้ AI ทำงานแทนเราได้
ก่อนอื่นขอท้าวความก่อนว่า AI (Agentic AI) ตอนนี้ ทำอะไรได้บ้าง จาก Diagram Chart ด้านบนนะครับ
Language
- สรุป, แปล, เขียน, ถาม-ตอบ
- Extract ข้อมูลจาก text
- จัดหมวดหมู่, Label ข้อความ
- Sentiment Analysis
Vision
- อ่านข้อความจากภาพ (OCR)
- วิเคราะห์รูปภาพ, กราฟ, เอกสาร
- Object Detection / Face Recognition
- อ่าน screenshot แล้วตีความ
Audio
- Speech-to-Text (STT) — ถอดเสียงเป็นข้อความ
- Text-to-Speech (TTS) — อ่านออกเสียง
- Voice Cloning, Music Generation
Generation
- Image Gen
- Video Gen
- 3D, Music, Avatar
Code
- Generate, Review, Debug, Refactor
- Run code จริง (Code Execution)
- Agentic Coding เช่น Claude Code
Reasoning
- คณิตศาสตร์, Logic, Multi-step Planning
- Chain-of-Thought Reasoning
- ตัดสินใจ, ประเมินความเสี่ยง
Action / Tool Use
- Web Search / Web Browsing
- เรียก API, MCP Tools
- Computer Use (คลิก/พิมพ์แทนคน)
- Multi-agent Orchestration
Memory / Context
- Long Context Window (อ่านเอกสารยาว)
- RAG (ดึงข้อมูลจาก Knowledge Base)
- Memory ข้ามการสนทนา
ทั้งหมดนี้คือความสามารถของ AI ณ ตอนนี้ อาจจะตกหล่นไปบ้าง ในรายละเอียดนะครับ แต่หลักๆ แล้วประมาณนี้แหละ (ขอไม่รวม prediction)
ซึ่ง Agentic AI ต่างจาก LLM (Large Language Model) ยังไง..
คือ.. AI LLM ยุคแรกๆ เนี่ย มันได้แค่ถามตอบ เราถามไป มันตอบ จบแค่นั้น
แต่พอมายุคหลัง AI สามารถใช้ Tools ได้ เช่น Search web มันหาหรือเซิส google แทนเรา ได้แล้ว ทำให้ข้อมูล แม่นขึ้นลดความหลอน (Hallucination) ไปได้บ้าง
นั่นคือ AI ยุคก่อนๆ … พูดเหมือนนาน แต่จริงๆ แล้วเกิดขึ้นเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น..
ตอนนี้เรามาถึง Agentic AI ที่สามารถมาช่วยเราทำงานได้จริงๆ สามารถเข้าถึงไฟล์งานบนเครื่อง บนระบบ ได้เลย
จาก Diagram ด้านบน จะเห็นว่า Agentic AI สามารถทำงานเป็นขั้นตอนได้ มีการวางแผนจาก Prompt หรือ คำสั่งของเรา และเลือก Tools ที่ใช้ในการทำงาน จากนั้นตรวจทาน ว่างานที่ทำ ครบหรือไม่ ถ้าไม่ครับ กลับไปทำใหม่ เมื่อครบแล้วถึงจะส่งงานให้เรา
แต่ถ้าพูดถึง Workflow ของการทำงาน เราควรตั้งต้นยังไง? ออกแบบยังไง?
สำหรับหลายๆ คนแล้ว คงจะคิดไม่ออก เพราะ เราทำงานในสิ่งที่ตัวเองทำมาตลอด ไม่เคยมองภาพรวมทั้งระบบมาก่อน มีหน้าที่ Research ก็ทำไป มีหน้าที่ทำ Content มีหน้าที่ เขียนบทความก็ทำไปตามแต่ที่เราได้รับงานมา
ซึ่งต่างจากการทำ Agentic Workflow เพราะเราต้องมองภาพรวมของงานทั้งหมดให้ออกก่อน ว่า Workflow ของงานทั้งระบบมันมีอะไรบ้าง
จาก Workflow นี้แสดงให้เห็นว่า Agentic AI ทำงานร่วมกับเราอย่างไร
ฝั่ง USER (บน) คือสิ่งที่เราต้องเตรียมให้ AI เช่น เป้าหมายที่ชัดเจน, Context หรือข้อมูลพื้นหลัง, และ System prompt ที่กำหนด Persona และขอบเขตการทำงานของ AI
จากนั้น Agentic จะรับงานไปทำเองอัตโนมัติ โดยไม่ต้องสั่งทีละขั้น… วางแผน, ลงมือทำ, ใช้ tools เช่น search web หรืออ่าน/เขียนไฟล์, แล้วเช็คตัวเองว่าผลลัพธ์ถูกต้องหรือยัง loop นี้จะวนซ้ำอยู่ข้างในจนกว่างานจะเสร็จ
เมื่อ Agentic ส่งงานออกมา
ฝั่ง USER (ล่าง) จะรับงาน, ตรวจสอบคุณภาพ, และตัดสินใจว่า approve หรือต้องปรับปรุง — ถ้าปรับปรุง งานจะวนกลับเข้า Agentic ใหม่ทันที (เส้นสีน้ำเงิน re-run)
จุดสำคัญของ workflow นี้คือ “USER” ไม่ได้หายไป แค่ย้ายบทบาทจาก “คนทำ” มาเป็น “คนตรวจและ approve” แทน ซึ่งเป็นแนวคิดของ Human-in-the-loop ที่ทำให้ Agentic AI ใช้งานได้จริงในองค์กรครับ
ตัวอย่าง Marketing Workflow
Marketing Workflow อันนี้แสดงให้เห็นว่า AI เข้ามาช่วยทีม Marketing ได้ในทุกขั้นตอน โดยที่เรา ยังคุมทิศทางอยู่ตลอด
เริ่มจาก Research — ทีมกำหนดโจทย์และ context ให้ AI research analyst ไปวิเคราะห์ตลาด คู่แข่ง และกลุ่มเป้าหมาย ผลลัพธ์ที่ได้คือ Insight report ซึ่งเป็นฐานของทุกอย่างที่ตามมา
Insight นั้นถูกส่งต่อสู่ขั้น Strategy — AI strategy นำข้อมูลมาแปลงเป็นแผน campaign ออกมาเป็น Campaign brief ที่ชัดเจนพอให้ทีม content นำไปใช้ได้ทันที
Campaign brief ไหลลงสู่ Content — AI Content สร้างเนื้อหาตาม brief ไม่ว่าจะเป็น copy, บทความ, หรือ script ผลลัพธ์คือ Contents ที่พร้อม publish
เมื่อ publish แล้ว AI monitor เข้ามาในขั้น Publish — ติดตาม performance แบบ real-time วัด engagement, reach, conversion และรวบรวมออกมาเป็น Performance data
ข้อมูลนั้นไหลเข้าสู่ขั้นสุดท้าย Optimize — AI analyst วิเคราะห์ว่าอะไรได้ผล อะไรไม่ได้ผล แล้วสร้าง Action list ให้ทีมนำไปตัดสินใจ
จุดสำคัญของ workflow นี้คือ loop ที่ด้านล่าง — Action list ไม่ได้จบแค่นั้น แต่วนกลับเข้า Optimize ใหม่ ทำให้ campaign ดีขึ้นเรื่อยๆ แบบ continuous improvement โดยที่เราทำหน้าที่ตัดสินใจและ approve ในแต่ละขั้น ไม่ใช่นั่งทำงาน manual ทุกอย่างเองครับ
ตัวอย่าง โครงสร้าง file และ folder ของ marketing workflow
โครงสร้างนี้คือ Multi-Agent Marketing System ที่ออกแบบมาให้ AI ทำงานเป็นทีม กึ่งๆ automation
ทุกอย่างเริ่มจาก CLAUDE.md ที่อยู่บนสุด.. ไฟล์นี้เหมือนคู่มือ ที่ (CLAUDE) agent ทุกตัวต้องอ่านก่อนทำงาน บอกว่า project นี้คืออะไร มี context อะไร และแต่ละ agent มีหน้าที่อะไร
จาก CLAUDE.md แตกออกเป็น 4 Folders ที่ทำงานต่อเนื่องกัน:
agents/ คือวิธีการทำงานของแต่ละขั้นตอน — มี 6 ตัว เรียงตาม order ชัดเจน ตั้งแต่ 01-research-analyst ไปจนถึง 06-exporter แต่ละไฟล์เป็น markdown ที่บอก AI ว่าต้องทำอะไร รับอะไร และส่งออกอะไร
workflows/ คือตัว “กดปุ่มเริ่ม” — shell script (.sh) แต่ละไฟล์เรียก agent ที่ตรงกันขึ้นมาทำงาน เช่น run-research.sh เรียก 01-research-analyst.md ข้อดีคือ automate ได้ง่าย แค่รัน script เดียวก็จบ
template/ คือ “ต้นแบบ output” — กำหนดว่าผลลัพธ์ต้องออกมาหน้าตาแบบไหน เช่น insight-report-template.md บอกว่า report ต้องมี section อะไรบ้าง ทำให้ output สม่ำเสมอทุกครั้งที่รัน สังเกตว่า ช่วงที่เป็น content และการ monitor ไม่มี template… หมายความว่า output สองตัวนี้ยืดหยุ่นตาม brief ที่ได้รับ
outputs/ คือผลลัพธ์จริงที่ได้ — เก็บเป็น folder แยกตามประเภท ไม่ว่าจะเป็น insight-report/, campaign-brief/, contents/, performance-data/, action-list/, และ export/ พร้อมนำไปใช้ต่อหรือส่งให้ทีมได้ทันที
สิ่งที่ทำให้โครงสร้างนี้ดีคือ separation of concerns — agent รู้แค่ว่าต้องทำอะไร, workflow รู้แค่ว่าต้องรันอะไร, template รู้แค่ว่า output ต้องหน้าตาแบบไหน แยกกันชัดเจน แก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่งโดยไม่กระทบส่วนอื่นได้เลย
Agentic Workflow ไม่ใช่เรื่องของนักพัฒนา หรือ Dev อีกต่อไปแล้ว ใครก็ตามที่เข้าใจ workflow ของงานตัวเอง สามารถออกแบบให้ AI ทำงานแทนได้เลย สิ่งที่ต้องเริ่มคือ มองงานของตัวเองให้ออกก่อนว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง input คืออะไร output คืออะไร แค่นั้นก็พอเป็นจุดเริ่มต้นของ Agentic Workflow
สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ ด้านบนสุดจะมีปุ่มที่เขียนว่า Markdown for AI กดปุ่มนั้น หรือ Download หรือ copy Link ไปให้ AI ได้เลยครับ และลองถาม AI เกี่ยวกับ Workflow ของตัวเองดู
