เมื่อเร็วๆ มานี้ ผมได้นั่งคุยกับเจ้าของร้านอาหาร ร้านกาแฟ เล็กๆ หลายท่าน ทุกคนอยากใช้ AI แต่ไม่รู้ว่าจะเอามาช่วยได้ยังไงกับธุรกิจ
ผมเริ่มอธิบายว่า AI เอามาช่วยได้หลายส่วนโดยเฉพาะงานด้านเอกสาร งานวิเคราะห์ งานคำนวนต้นทุน คำนวนสต็อก ฯลฯ
จากนั้นก็ถามว่า “มีอะไรที่พี่ต้องทำทุกวันมั้ยครับ” ทุกคนตอบคล้ายๆ กัน ดูยอดขาย ดูว่าอะไรขายดี พรุ่งนี้โพสอะไรดี (อันสุดท้ายไม่ทุกคน) ผมถามต่อว่า “ดูแล้วพี่ทำไงต่อ?” บางคนบอกก็วิเคราะห์ต่อ บางคนก็บอกแค่ดูเฉยๆ
สิ่งที่แหละที่ AI จะเข้าไปช่วย จากที่เราต้องดู report ทุกวันอยู่แล้ว วันไหนดีก็ดีไป วันไหนไม่ดีแล้วทำไงต่อ? ก็ต้องมาคิดมาวางแผน แต่ถ้าเอา AI เข้าไปช่วยแล้ว ทำให้เหมือนเรามีคนวิเคราะห์มาให้เลย
เจ้าของร้านหลายคนใช้ AI อยู่แล้ว ChatGPT, Gemini, Claude ที่ใช้คือ LLM หรือ Generative AI ธรรมดา ไม่ใช่ Agentic AI ซึ่งการทำงานของ Agentic จะต่างออกไป อ่านได้ที่ Agentic Workflow
ตัวอย่าง Workflow ของเจ้าของร้าน
จากภาพ Diagram ด้านบน จะมี 3 อย่างที่เจ้าของร้านต้องทำประจำซึ่งบางทีทำอย่างเดียวก็กินเวลาทั้งวันแล้ว อย่าง Finance report ซึ่งการทำงานนี้เราเอา AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ได้ ทางด้านเมนูก็เช่นกัน เปิดร้านมาแล้วหลายเดือน หลายปี เมนูขายดีที่สุดอาจจะไม่ใช่เมนูทำเงิน เราก็ให้ AI วิเคราะห์มาให้เราได้เลย
รายละเอียดของ ตัวอย่าง Workflow
Finance Workflow ให้ AI อ่านตัวเลขแทน
ทุกต้นเดือน แทนที่จะนั่งไล่ตัวเลขเอง ให้บอก AI ว่า
“นี่คือยอดขายเดือนที่ผ่านมา และ cost ของแต่ละเมนู ช่วยวิเคราะห์ว่าเมนูไหน food cost % สูงเกินไป และถ้าจะปรับราคา ควรปรับเมนูไหน”
AI จะอ่านไฟล์ยอดขาย คำนวณ food cost % และ gross margin ต่อเมนู แล้วสร้าง report พร้อม action list ออกมาให้ เจ้าของร้านแค่ตรวจสอบและตัดสินใจ ไม่ต้องนั่งคำนวณเองอีกต่อไป
Menu Strategy Workflow วิเคราะห์เมนูด้วย framework จริง
AI จะจัดกลุ่มเมนูตาม Menu Engineering Matrix ว่าอันไหนคือ Star (ขายดี กำไรดี) อันไหนคือ Dog (ขายไม่ดี กำไรแย่) แล้วแนะนำ action ที่ชัดเจนว่าควรดันตัวไหน ตัดตัวไหน หรือปรับราคาตัวไหน
Marketing Workflow plan ทั้งเดือนใน 10 นาที
ทุกเดือน แทนที่จะนั่งคิดว่าจะโพสต์อะไร ให้ AI วางแผนให้แทน
“ร้านกาแฟชื่อ [ชื่อร้าน] เปิดที่ [ย่าน] เมนู signature คือ [เมนู] เดือนหน้าเป็น [เดือน] ช่วยวางแผน content calendar 4 สัปดาห์ พร้อม caption และ idea รูป”
ได้ plan ทั้งเดือนกลับมา พร้อม caption ที่ใช้ได้เลย
ตัวอย่าง Claude Cowork สำหรับร้านอาหาร
Agentic workflow สำหรับ Claude Cowork โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเลยครับ แค่ตั้งค่าผ่าน Settings ใน Cowork ตาม project structure ด้านล่างนี้
Project Structure
Claude Cowork — ร้านอาหาร
Global Instructions
context ร้าน: ชื่อ, เมนู, กลุ่มลูกค้า, เป้าหมาย
Settings → GlobalFolder Instructions
วิเคราะห์การเงินร้าน
Folder Instructions
วิเคราะห์และปรับปรุงเมนู
Folder Instructions
วางแผน content และโปรโมชั่น
ตั้งค่าผ่าน Cowork Settings → Global Instructions และ Folder Instructions แต่ละ folder
project structure นี้ประกอบด้วย 2 ระดับ
ระดับแรกคือ Global Instructions ใส่ context ของร้าน เช่น ชื่อร้าน เมนู signature กลุ่มลูกค้า และเป้าหมายของร้าน เพื่อที่จะให้ AI ได้รู้จักร้านเราทุกครั้งที่เปิดใช้งาน
ระดับที่สองคือ Folder Instructions (ไฟล์ markdown) แต่ละ folder มี instructions เฉพาะของตัวเอง finance/ สำหรับวิเคราะห์การเงิน menu/ สำหรับวิเคราะห์เมนู marketing/ สำหรับวางแผน content
สิ่งที่ต้องเตรียม
- Context ของร้าน ชื่อร้าน เมนู กลุ่มลูกค้า จุดเด่น ยิ่งบอกมาก AI ยิ่งเข้าใจมาก
- ข้อมูล ยอดขาย รีวิว ต้นทุนเมนู อะไรก็ได้ที่ AI ต้องใช้ทำงาน เก็บไว้ใน folder ที่ตั้งไว้
- เป้าหมายที่ชัด บอก AI ว่าอยากได้อะไร output ควรเป็นอะไร
การทำ Agentic AI ไม่จำเป็นต้องรู้ code หรือ เขียน code เป็น แต่เราต้องรู้ว่าเราจะทำอะไร อยากได้ผลออกมาแบบไหน
ใครก็ตามที่เข้าใจ workflow ของธุรกิจตัวเอง สามารถออกแบบให้ AI ทำงานแทนได้ สิ่งที่ต้องเริ่มคือมองงานของตัวเองให้ออกก่อนว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง input คืออะไร output คืออะไร
เจ้าของร้านที่วิเคราะห์ยอดขายเองทุกคืน หรือนั่งคิ content ทุกวัน งานพวกนี้ไม่ต้องทำเองอีกแล้ว เหลือแค่ตรวจว่าผ่านหรือไม่ผ่านเท่านั้น